ดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ ให้มีสุขภาพที่ดี

a-158

การที่ผู้หญิงนั้นจะสวยได้ มันไม่ใชเรื่องที่ง่ายเลยแม้แต่น้อย ไหนจะ ผิวสวย หน้าสวย ตาสวย ปากสวย ผมสวย แขนสวย ขาสวย แล้วไหนจะยังมีส่วนของเล็บสวยอีก คือแแบบว่า ทั้งหมดนี้ นอกจากจะต้องการสวยแล้ว สุขภาพก็ต้องดีอีกด้วยนะค่ะ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหล่ะทีนี้ว่ามือและเล็บเรานั้นมีสุขภาพดีหรือไม่ แต่สาวๆ ไม่ต้องนึกกังวลใจหรือกลัดกลุ้มไปหรอกนะค่ะ

เพราะว่าวันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้นำเอาวิธี ดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ ให้มีสุขภาพที่ดี มาฝากกันแล้วค่ะ ก็อย่างที่บอกว่าทริคนี้เป็นวิธี ดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ในเมื่อมันง่าย นั้นก็หมายความว่าสาวๆ จะมีสุขภาพของมือและเล็บของสาวๆ นั้นจะสวยและดูดีแบบที่ไม่ต้องยุ่งยากแล้วก็ปวดหัวแม้แต่น้อยเลยค่ะ ตอนนี้สาวๆ ก็คงจะอยากรู้แล้วว่าวิธี ดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ ทริคเด็ดๆ ที่ทางเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็อย่ามัวรอช้าเลยค่ะ เสียเวลาสวยหมด เนอะๆ อิอิอิ เราไปดูวิธี ดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ กันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าทริคนี้จะเพิ่มความสวยให้สาวๆ เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้อย่างไม่มีที่ติเลยจร้า

 

4 วิธีดูแลมือและเล็บแบบง่ายๆ

1. ขัดผิวน้อยๆ แต่เคลือบผิวให้มาก
เพราะการสครับจะไปทำลายสารเคลือบผิวตามธรรมชาติที่อยู่ในผิวชั้นนอกออกไป ดังนั้นเวลาสครับผิวแล้ว เราจึงควรทาโลชั่นเพื่อคืนความชุ่มชื่นด้วยนะคะ

2. ดูแลผิวจมูกเล็บ 
ไม่ใช่แค่มือที่เป็นตัวบ่งบอกอายุของคุณ เล็บและผิวขอบเล็บก็สามารถบ่งบอกอายุได้เช่นกัน รอยรุ่งริ่งของหนังกำพร้าบริเวณเล็บหากไม่ดูแลอาจทำให้เจ็บได้ จนต้องเข้าร้าน เพื่อให้ช่างจัดการกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วรอบๆ จมูกเล็บ ทางที่ดีป้องกันไม่ให้จมูกเล็บรุ่งริ่งด้วยการทาแฮนด์ครีมเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอนดีกว่าค่ะ

3. สวมถุงมือหลังทาแฮนด์ครีม
หากผิวแห้งมาก หลังทาโลชั่นสูตรเข้มข้นสำหรับมือและเล็บ คุณอาจสวมถุงมือในระหว่างการนอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ 

โปรตีนและวิตามินเอจะช่วยบำรุงมือและเล็บ วิตามินซีสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหนังรอบเล็บแตกหรือลอก วิตามินอีที่ได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารชะลอความแก่ให้ผิวพรรณ จึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงาม อาหารที่แนะนำ เช่น น้ำมันพืช ไขมัน เนื้อสัตว์ นม ปลา จมูกข้าว ไข่ ผักใบเขียว ถั่ว อาหารทะเลและธัญพืชต่างๆ